การบินไทยในมุมมองของผม

ในอดีตผมเคยรู้สึกว่าธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจที่ทำกำไรยาก หาธุรกิจสายการบินน้อยเหลือเกินในโลกนี้ที่กำไรดี สาเหตุหลักๆ เนื่องจากต้นทุนที่สูง ทั้งเรื่องพลังงาน การดูแลรักษา รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง

การบินไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิน $100 ต่อบาเรลล์ และ low cost airline พาเหรดกันออกมาแข่งในตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ แต่มายุคนี้ดูเหมือนภาพจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย ราคาน้ำมันลดต่ำลงมา

โดยเฉลี่ยแล้ว ต้นทุนพลังงานจะคิดเป็นประมาณ 30% ของค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการ (Operating Expense) ของธุรกิจการบิน สายการบินอย่าง Southwest Airline ในไตรมาสล่าสุดทำ earning สูงมากเป็นประวัติการณ์เนื่องจากต้นทุนส่วนนี้ลดไปได้มากถึง $200 ล้าน คิดเป็น 40% ของต้นทุนพลังงานที่เคยจ่ายใน QoQ

ตอนนี้การบินไทยกำลังพยายามปรับตัวดิ้นรนเต็มที่เพื่อการอยู่รอด ทั้งลดเที่ยวบินในรูทที่ไม่ทำกำไร, ปลดพนักงานครั้งใหญ่ 5,000 คนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบุคคลากร และลดต้นทุน, ขายเครื่องบินบางส่วนทิ้ง เพื่อลดต้นทุนค่าดูแลรักษา และเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัท

ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกิดขึ้น โดยรวมผมยังคงคลางแคลงอยู่ว่าปฏิบัติการครั้งนี้ของการบินไทยสุดท้ายจะเหมือนที่ผ่านๆ มาหรือไม่ แต่พอไปดูปัจจัยรอบตัวอย่างราคาน้ำมัน (ที่ผมชักไม่ค่อยกล้าฟันธงแล้ว ว่ามันจะเป็นการลดลงชั่วคราวอย่างที่เคยตั้งสมมติฐานไว้หรือเปล่า) แต่เริ่มรู้สึกว่าน่าหันมาจับตาดูการบินไทยอีกครั้งอย่างจริงจังในช่วงเวลาหลังจากนี้

ในกราฟเป็นรายได้ (Revenue) ของการบินไทย 4 ไตรมาสล่าสุดรายได้ประมาณ 2 แสนล้านบาท คิดเป็น 57% ของเซกเตอร์ขนส่ง ผมมองว่าปัญหาของการบินไทย ไม่ใช่ธุรกิจที่ขายของไม่ได้ แต่เป็นธุรกิจที่ขายดี แต่คุมต้นทุนตัวเองไม่อยู่ ซึ่งธุรกิจในรูปแบบนี้ ถ้าปัจจัยเศรษฐกิจเอื้ออำนวย ราคาต้นทุนพลังงานลดลง รวมถึงมีการปรับองค์กรอย่าง “จริงจัง” ก็ยังพอมีลุ้นปฏิรูปองค์กรได้อยู่บ้าง แต่คงไม่ใช่ฉับพลันในเวลาใกล้ๆ นี้แน่

ถ้าคุณเป็น VI อย่าเกลียดธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เพียงเพราะว่ามันเคยเป็นธุรกิจที่แย่มาก่อน
รวมถึงอย่ารักธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เพียงเพราะว่ามันเคยดีมาก่อน เมื่อโลกเปลี่ยน ทุกธุรกิจจะเปลี่ยนตาม

..ไม่ว่าจะเป็นทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ตาม..